คลังเก็บหมวดหมู่: Dow theory

15 เรื่องจริงของวินัยการเทรด

  1. เวลาคนบอกว่า การเทรดให้ได้กำไรมี 3 อย่างประกอบด้วย กลยุทธิ์ การบริหารความเสี่ยง และ mindset เอาจริง ๆ คำว่า mindset พูดภาษาง่าย ๆ ก็คือ mindset ที่ดีจะนำไปสู่วินัยการเทรดที่ดี
  2. วินัยการเทรดเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด แต่เป็นสิ่งที่นักเทรดหลาย ๆ คนต่างก็ตกม้าตายเพราะพูดง่ายแต่ลงมือทำยากนั่นเอง
  3. การจะมีวินัยการเทรดที่ยั่งยืนไม่ใช่การฝืน แต่ต้องเกิดจากการฝึกและการแยกระหว่าง อารมณ์ กับ สิ่งที่ต้องทำออกจากกัน
  4. การจะมีวินัยการเทรดที่ดีต้องเริ่มจากการมีวิธีคิดที่ถูกต้อง หนึ่งในวิธีคิดที่ถูกต้องคือเราต้องไม่โฟกัสที่ผลลัพย์แต่ต้องโฟกัสที่กระบวนการ
  5. การฝึกสมาธิเป็นวิธีที่ทำให้เรามีวินัยการเทรดได้อย่างยั่งยืนแต่เป็นยาขมที่ทำได้ไม่ง่าย
  6. เทรดเดอร์มือใหม่ต้องเริ่มฝึกจากวินัยก่อนค่อยไปเริ่มเข้าใจกลยุทย์ที่มันซับซ้อนเพราะถ้ากลยุทย์พื้นฐานทำไม่ได้กลยุทย์ที่ซับซ้อนจะยิ่งทำให้การตัดสินใจยิ่งยาก
  7. สิ่งที่ทำให้มีวินัยการเทรดได้ง่ายขึ้นทันที คือ การใส่เงินเทรดให้น้อยลง
  8. วินัยการเทรดและการบริหารความเสี่ยงที่ดีทำให้เราสามารถอยู่รอดในตลาดแม้จะมีเพียงแค่กลยุทธิ์ที่ธรรมดา ๆ
  9. กลยุทย์ที่ดีมากแต่วินัยการเทรดที่แย่เปรียบเสมือนการวางแผนที่ยอดเยี่ยมแต่ไม่ทำตามก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร
  10. วินัยการเทรดเป็นสกิลอย่างหนึ่ง ใช่เวลาฝึกฝนไม่ใช่สิ่งที่สามารถทำได้ภายในไม่กี่เดือน
  11. พอร์ตที่ใหญ่ขึ้น วินัยการเทรดย่อมยากขึ้นเพราะความโลภและความกลัวมีมากขึ้น
  12. การเทรดพอร์ตจำลองคนส่วนมากจะมีกำไร เพราะ มีวินัยการเทรด พอร์ตจำลองนั้นเป้ะ 100% ใจเย็นอย่างกะน้ำ สติอย่างกับนักปราชญ์
  13. ไม่มีใครสามารถมีวินัยการเทรดได้ตลอด มีหลุดทุกคน เทรดเดอร์ที่เก่งรู้เร็วว่าถ้าหลุดแล้วต้องหยุดเทรดทันที
  14. วินัยในชีวิตที่ดีมีส่วนช่วยทำให้วินัยการเทรดดีขึ้นตาม
  15. วงการเทรดของฝรั่งเน้นเรื่องวินัยการเทรดแต่บ้านเราชอบเน้นกลยุทธิ์

—- จำไม่ได้ว่าเป็นบทความของใครนะครับ ถ้าหากเจ้าของเข้ามาอ่าน สามารถ inbox ให้ใส่เครดิตได้นะครับ ^^ ————–

PDf เนื้อหาหนังสือ

ดาวน์โหลเนื้อหา ของหนังสือ
คล๊ก https://drive.google.com/file/d/1N6zNn0fxBsNd_MCNb0yjR3g1dYyf6vET/view?usp=sharing

😍เนื้อหา ที่มีในหนังสือ

มี 8 กลยุทร์ ทำกำไรด้วยกราฟเปล่า
1. กลยุทธ์ Follow Trend อย่างไรให้ปลอดภัย
2. กลยุทธ์ Breakout Trend ที่มีนัยสำศัญ
3. กลยุทธ์ ทำกำไรในกรอบ sideway
4. กลยุทธ์ Red box breaking
5. กลยุทธ์ ทำกำไรด้วย QM
6. กลยุทธ์ พัฒนาการจาก QM ที่ผิดพลาด
7. กลยุทธ์ DLC (Deadline candle)
8. กลยุทธ์ สะดุ้งเทรด

#มีPDFเนื้อหาตัวอย่างให้ดู

สนใจสอบถามและสั่งซื้อได้ ที่
Line official : https://lin.ee/XdQmla2

หรือพิมพ์สนใจไว้ใต้คอมเม้น

พิเศษสำหรับท่านที่ได้รับหนังสือและรีวิว
รับฟรีคอร์สเรียนพื้นฐานสำหรับกราฟเปล่า

วิเคราะห์กราฟ ประจำวันที่ 26/10/2020

GOLD/USD
กำลังสร้างกรอบ สามเหลี่ยม ในทามเฟรม H1
หาก Break out
ฝั่งใดสามารถ trade follow
ฝั่งนั้นตามแนวรับต้าน จึงเหมาะสมที่สุด

Signal FreeGroup

เข้าร่วมกับ Signal Group Gold2FX ของเรา
Signal FreeGroup

https://line.me/R/ti/g/knWIVlAf20

SIGNALS เป็นเพียงแนวทางผู้ตามซิกแนลควรเทรดบนความระมัดระวัง <<
ควรวิเคราะห์เพิ่มเติมก่อนเทรดตาม เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง<<

วิเคราะห์กราฟ ประจำวันที่ 16/10/2020

GOLD/USD
กำลังสร้างกรอบ side way ในทามเฟรม H1
ระยะ 1899-1912 โดยประมาน
หาก Break out
ฝั่งใดสามารถ trade follow
ฝั่งนั้นตามแนวรับต้าน จึงเหมาะสมที่สุด

Signal FreeGroup

เข้าร่วมกับ Signal Group Gold2FX ของเรา
Signal FreeGroup

https://line.me/R/ti/g/knWIVlAf20

SIGNALS เป็นเพียงแนวทางผู้ตามซิกแนลควรเทรดบนความระมัดระวัง <<
ควรวิเคราะห์เพิ่มเติมก่อนเทรดตาม เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง<<

ติดดอย ยอดดอย คือ อะไร

ติดดอย ! ! !
– ติดดอย ยอดดอย คือ อะไร ?
คุณเคยไปเที่ยวยอดดอยอินทนนท์ไหม ที่นั่นหนาวไหมครับ ผมเชื่อว่าคำถามง่ายๆแบบนี้คุณอาจจะเคยได้ยินบ้าง สำหรับการดำเนินชีวิตประจำวันทั่วๆไป แต่ถ้าคุณนั้นกำลังเทรด forex และมีคนกล่าวอย่างนี้แล้ว นั่นหมายความว่า สัญญาณการเทรดของคุณอยู่ในขั้นที่เป็นอันตรายเสียแล้ว มาดูกันว่าทำไมผมถึงกล่าวเช่นนั้น

– ติดดอย,ยอดดอย คืออะไร
คำว่า ติดดอย,ยอดดอย นั้นหมายถึงการที่คุณเปิดสัญญาซื้อ (Buy) หรือสัญญาขาย (Sell) โดยที่เมื่อเปิดสัญญาแล้ว กราฟมีการเคลื่อนที่สวนทางกับสัญญาของคุณ แต่ Margin ของคุณนั้นยังไม่หมด จึงทำให้คุณอยู่บนยอดของหุบเขา หรือก้นเหว เรามักเรียกอาการแบบนี้ว่า ติดดอย,ยอดดอย แต่สำหรับคนเล่นหุ้น จะไม่มีการลงเหว มีแต่ติดดอย,ยอดดอย อย่างเดียว เนื่องจากการเทรดหุ้นมีการเทรดแต่ขาขึ้น ในขณะที่ Forex มีการเทรดได้ทั้งขาขึ้นและขาลง

– ข้อเสียของการติดดอย,ยอดดอย
1.บีบคั้นหัวใจ
คำว่าบีบคั้นหัวใจหมายความว่า ยิ่งกราฟเดินสวนทางกับจุดที่คุณเปิดสัญญามากเท่าใด ดอยของคุณก็จะสูงขึ้นมากเท่านั้น และจะสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนคุณไม่อาจควบคุมสติและจิตใจได้

2.ไม่สามารถหาจุดออกได้
ยิ่งดอยสูง โอกาสในการออกจากติดดอย,ยอดดอย จะยากขึ้นไปเรื่อยๆ เหตุผลเพราะว่า ถ้าเรา cut loss เมื่อไหร่ นั่นหมายความว่าทุนรอนที่เราสะสมมาก็จะหมดไป และบางรายอาจร้ายแรงถึงขั้นล้างพอร์ตเลยทีเดียว

3.กำลังใจหมด
ถ้าคุณเปิดสัญญาในหลายๆคู่เงิน และทุกคู่เงินนั้นต่างติดดอย,ยอดดอย อย่างนี้ผมกล้าการันตีเลยว่า คุณแทบไม่มีแรงใจในการเทรดต่อไปอย่างแน่นอน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันหนักเสียจน คุณอาจต้องพักการเทรดไปสักพัก

– วิธีการลงจากการติดดอย,ยอดดอย
1.เจ็บแต่จบ
วิธีการแรกเป็นการลงจากยอดดอยที่ดีที่สุดคือ การเจ็บแต่จบ หมายความว่า หยุดคิดเสียที ว่ากราฟมันจะกลับมาตำแหน่งเดิม ผมบอกเลยว่ามันจะยังไม่กลับมา จนกว่าคุณจะขายมันออกไป ดังนั้นถ้าไม่ต้องการให้ทุนรอนของคุณหมด Cut loss ซะ เจ็บแต่จบครับ

2.ซื้อถัว
ก่อนที่จะใช้กลยุทธ์ซื้อถัว คุณต้องแน่ใจแล้วนะครับว่าในบัญชีของคุณนั้นมีเงินสำรองเพียงพอต่อการซื้อถัว เพราะการซื้อถัวนั้นถ้าซื้อผิดทางก็หมายถึงพังได้เหมือนกัน

3.ออกมาห่างตลาดมากขึ้น
เพื่อกุมสติและเพื่อดูจังหวะขาย การอยู่ใกล้ตลาดจนเกินไปทำให้เราเกิด “อารมณ์” มากเกินไป หมายถึง “ความกลัว” “ความโลภ” และ “การขาดสติ” การมองดูบ่กราฟบ่อยๆทำให้เรา “รู้สึกร่วม” ไปกับตลาดด้วย ถ้าเราเห็นกราฟผันผวนเยอะๆคงจะยากที่จะห้ามไม่ให้รู้สึกกลัว หรือขาดสติครับ

ทฤษฏีดาว (DOW THEORY)

ทฤษฏีดาว (DOW THEORY)

CHARLES DOW ได้ตีพิมพ์เนื้อหาทางวิชาการที่เป็นเค้าโครงแนวความคิดของเขาลงในนิตยสาร WALL STREET JOURNAL นักลงทุนและนักวิเคราะห์ตลาดทุกคนทุกยุคทุกสมัย ยอมรับตรงกันว่าสิ่งที่ CHARLES DOW ได้เขียนเอาไว้ในครั้งนั้นเป็นรากฐานที่สำคัญของทฤฏีดาวในปัจจุบัน

หลักการพื้นฐานของทฤษฏีดาว

1. ดัชนีตลาดสะท้อนแล้วทุกปัจจัย
“ผลรวมของทุกมูลค่าการซื้อขายในตลาดคือ ผลลัพธ์ของการประมวลทุกปัจจัย ทุกข่าวสาร และทุกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตลาด WALL STREET ทั้งสิ่งที่ทุกคนรู้แล้ว สิ่งที่กำลังได้รับรู้อยู่ในขณะนี้ รวมไปถึงสิ่งที่นักลงทุนจะได้รับรู้ในอนาคต”

2. แนวโน้มตลาดแบ่งออกเป็น 3 ระดับ
– แนวโน้มหลัก (PRIMARY)
– แนวโน้มรอง (SECONDARY)
– แนวโน้มย่อย (MINOR)
โดยทฤษฏีแล้ว แนวโน้มขาขึ้นตามแนวความคิดของ CHARLES DOW เป็นสภาวะที่ราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนสามารถสร้างจุดสูงสุดใหม่ ที่สูงกว่าจุดสูงเดิมก่อนหน้าได้ และเมื่อราคาเกิดการย่อตัวปรับฐานในแต่ละครั้งระหว่างที่วิ่งขึ้นนั้น การย่อตัวในแต่ละรอบยังสร้างจุดต่ำที่ยกสูงขึ้นกว่าจุดต่ำเดิมของการย่อตัวรอบที่แล้วด้วย

3.แนวโน้มหลักมี 3 ช่วง
– ACCUMULATION ช่วงสะสมหุ้น
– PUBLIC PARTICIPATION ช่วงตลาดมีส่วนร่วม
– DISTRIBUTION ช่วงเวลาแห่งการจำหน่ายจ่ายแจก

4. ดัชนีตลาดทั้งหมดต้องสอดคล้องกัน

5. โวลุ่มการซื้อขายต้องยืนยันแนวโน้ม
“โวลุ่มซื้อขายควรจะเพิ่มมากขึ้น และไปในทิศทางเดียวกันกับทิศทางของแนวโน้มหลัก”

6. แนวโน้มราคาจะคงอยู่ไปจนกว่าจะมีสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจน
หลักการนี้ก็เหมือนกับปรากฎการณ์ทางฟิสิกส์ที่เกิดขึ้นในธรรมชาติรอบตัวเรา วัตถุจะเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีแรงกระทำจากภายนอกเข้ามากระทำให้มันเปลี่ยนทิศทาง ซึ่งวัตถุของเราในทีนี้ก็คือ แนวโน้มราคา

ทั้งหมดนี้เป็นการสรุปย่อๆ ให้พอเข้าใจ แหล่งข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาอ่านได้ในหนังสือ “TECHNICAL ANALYSIS OF STOCK TRENDS” เขียนโดย EDWARDS & MAGEE
#ใช่ก็ไลค์
#ชอบก็แชร์ ให้เพื่อนๆได้อ่านนะครับ

#ForexHighlowth